Monday, September 18, 2006

An Inconvenient Truth : ความจริงอันน่าหดหู่ที่....

ตอนแรกเคยคิดว่าจะเก็บบล็อกนี้มาเขียนเรื่องชีวิตรันทดของตัวเอง แต่คิดไปคิดมาก็เข้าอีหรอบเดิมรู้สึกว่ามันจะพาให้จิตตกกันไปป่าวๆ ไร้ประโยชน์ต่อใจเราอย่างแรง เลยเป็นบล็อกจับฉ่ายตามใจเราแล้วแล้วกัน ฮา

หากนับแล้วอันเป็นนี้บล็อกอันที่ 4 จากไดฮับ เอ๊กทีน สเปซ แล้วก็ บล็อกสป๊อต

เออ มีบล็อกไว้เยอะๆ นี้มันเปลืองทรัพยากรโลกนะ จริงๆแล้ว แต่ก็เอาเถอะ

เนื่องจากว่าตอนนี้เขียนงานไม่ออก ไร้แรงบันดาลใจ รู้สึกเคี่ยวเข็ญตัวเองเกินไป

เลยว่าจะเขียนเรื่องที่อยากเขียน ฮ่าๆๆๆ

อาทิตย์ที่แล้วไปดู An Inconvenient Truth มา

เป็นหนังที่ฉายโรงเดียวที่สกาล่า ยืนโรงอยู่ไม่นาน และคิดว่าตอนนี้คงออกไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนเจ๊ก

ดั่งชื่อ มันเป็น "ความจริงที่รู้แล้วไม่สะดวกใจ" แต่ความจริงอะไรเราจะพูดในบรรทัดต่อไปพลัน

เนื้อหาหนังเล่าเรื่องผ่านนักการเมืองอเมริกันคนหนึ่งที่เป็นนักสิ่งแวดล้อมที่มีความดิ้นรน อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ของอเมริกัน

ประเด็นที่ว่าคือเรื่อง "โลกร้อน"

โลกร้อนไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นของเก่าคร่ำครึจนคนหลายคนแหม็นหน่าย

อะไรนะ โลกร้อน? อือๆ
หลายคนไม่เชื่อ
บางคนเชื่อก็คิดว่า แล้วไง?

ผลของโลกร้อน สำหรับคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วคงรู้แจ้งแก่ใจว่า มันทำให้โลกร้อน น้ำแข็งละลาย ระบบนิเวศโลกเปลี่ยน สัตว์โลกรวมทั้งเราต้องพร้อมกันบายๆ สิ่งที่เรียกว่า "แผ่นดิน" เพราะคงไม่มีที่ให้อยู่ไปบ่นไปอย่างโลกสีฟ้านี้อีกแล้ว

หากคุณจะสังเกตเสียหน่อย ไม่ว่าในประเทศไหนในโลกก็เหมือนกัน เมืองไทยที่ว่าร้อนตับแตก ตอนนี้นอกจากตับแตก เสี้ยงจี๋ก็เริ่มละลาย วันดีคืนดีแดดออกเปรี้ยง จะฝนตกบ้าระหำก็ทำได้ น้ำท่วมภายเหนือ สึนามิภาคใต้ แต่ก็ยังดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมจะสบายใจดี ชิวๆ

เหตุแห่งกรรมที่เรามองเห็นนี้ก็คือ ตัวเราเอง รัฐบาลของเราเอง (รวมถึงรัฐบาลอื่นด้วย) ที่ใช้โลกซะยิ่งกว่าทลุงเหล็ก โลกไม่อ่วมก็ให้มันรู้ไป เราเจาะ เราขุด เราดูด เราปล่อย เราทิ้ง อะไรมากมาย หนึ่งในนั้นคือ CO2 ที่ทำให้โลกร้อนฟู่ๆอยู่ตอนนี้

หนังบอกเล่าสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว และในตอนจบพยายามกระตุ้นเตือนเราว่า

คุณนะแหละที่แก้ปัญหานี้ได้
หากจะอธิฐานอะไรละก็ อธิฐานให้มนุษย์มีความกล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองดีกว่านะ

จากวงคุยคนดูกลุ่มหนึ่ง บางคนบ่นเบื่อ บางคนบอกหลับ บางคนบอกว่าทำอะไรไม่ได้หรอกเดี๋ยวคนก็ลืม บางคนบอกว่าการเมืองแอบแผง บางคนว่าไม่อิน แต่หลายคนก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีหนังเรื่องนี้ ฉันก็ว่างั้น

มันไม่ใช่หนังดี แต่เป็นเรื่องที่เราควรดู

มันเป็นเรื่องที่เรารู้อยูแล้ว แต่จริงหรือไม่ เรารู้แต่ก็เหมือนเราลืม

มันจึงเป็นความจริงอันน่าหดหู่ใจกว่านั้นที่เราทำเป็นลืมและพูดว่า "แล้วไงว่ะ?"


ปล. หนังเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า โลกหายใจได้ด้วย โอ้วววว

หนังเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า "หมีขั้วโลก" ต้องว่ายน้ำหาน้ำแข็งที่พร้อมจะละลายทุกวัน ในอนาคตเด็กนิเทดอาจจะต้องว่ายบ้าง

หนังเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า propagenda แม้จะน่าเบื่อ ไม่เนียน แหล แต่ก็ดีกว่าออกมาที 30 วิพร้อมตัวเลข 15 บาทตลอดสายพี่น้อง~~~

No comments: